4 วิธีคุมกำเนิดแบบผิดๆ หมอรามาฯเตือน ทำต่อไปพลาดแน่นอน

4 วิธีคุมกำเนิดแบบผิดๆ หมอรามาฯเตือน ทำต่อไปพลาดแน่นอน

   

           หลายคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่คุมกำเนิดแต่ทำไมท้องได้ ซึ่งการคุมกำเนิดนั้นก็มีวิธีที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง เห็นไหมว่าปัญหาท้องก่อนวัยอันควรนั้นเกิดขึ้นมากในปัจจุบัน คนที่พร้อมก็ดีไป แต่สำหรับคนที่ไม่พร้อมก็ต้องหาทางออกแบบผิดๆ วันนี้เราจึงนำวิธีคุมกำเนิดแบบผิดๆ ที่หลายคนทำกันมาฝาก เพราะถ้าคุณยังทำอยู่ แน่นอนว่าคุณจะพลาด 

ซึ่งการคุมกำเนิดที่หลายๆคนชอบทำ แต่เป็นการทำที่ผิดวิธี มีอยู่ 4 วิธีคือ 

           1. หลั่งนอก กลั้นอสุจิ  การหลั่งนอกและการกลั้นอสุจิไม่ให้ไหลเข้าไปในช่องคลอดนั้นเป็นวิธีที่นิยมทำกันมากในหมู่วัยรุ่น เพราะสะดวก ไม่เสียค่าใช้จ่าย และทำได้ทุกเมื่อ แต่การกลั้นไม่ให้อสุจิหลั่งเข้าไปในช่องคลอดไม่มีอะไรสามารถรับประกันได้เลยว่าจะกลั้นได้ทั้งหมด เพราะอสุจิบางตัวอาจจะติดมากับสารหล่อลื่นที่ออกมาในขณะที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว ฉะนั้นแล้วการหลั่งนอกหรือการกลั้นอสุจิจึงเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำมาก

           2. สวนล้างช่องคลอด การสวนล้างช่องคลอด คือการใช้น้ำสวนเข้าไปในช่องคลอดเพื่อชำระคราบอสุจิออกมา ซึ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่ไม่แนะนำที่สุด เพราะจะทำให้ภายในช่องคลอดได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังทำให้สภาพแวดล้อมในช่องคลอดเปลี่ยนไป เพิ่มโอกาสการติดเชื้อต่าง ๆ อีกด้วย  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเชื่อที่ว่าหากใช้น้ำที่มีด่างผสมเขาไปล้างช่องคลอดจะช่วยให้ไม่ท้อง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมาก เพราะน้ำที่เป็นด่างจะทำให้สมดุลให้ช่องคลอดเสียแถมยังอันตรายและไม่ได้ลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ลงเลย

           3. ปัสสาวะทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ การปัสสาวะทันทีหลังการมีเพศสัมพันธ์นั้น แท้จริงแล้วจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ เพราะหลังการมีเพศสัมพันธ์จะมีโอกาสติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะสูง การปัสสาวะออกมาทันทีจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์อย่างที่หลายคนเข้าใจ

           4. หน้า 7 หลัง 7 หน้า 7 หลัง 7 หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Fertility Awareness Method คือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันที่จะมีประจำเดือน 7 วัน และหลังวันแรกที่มีประจำเดือนอีก 7 วัน แม้จะเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ดีกว่าวิธีอื่นที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์สูงเหมือนกัน เพราะวิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ไม่เหมาะกับคนที่ประจำเดือนมาคลาดเคลื่อน และต้องให้แน่ใจว่าเลือดที่ออกมาคือประจำเดือนจริง ๆ ไม่ใช่เลือดที่เกิดจากแผลหรือเลือดที่ออกอย่างผิดปกติ

             วิธีการคุมกำเนิดเหล่านี้เป็นความเชื่อผิดๆ ซึ่งไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจป้องกันไม่ได้เลย การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพนั้นมีอีกหลายวิธีที่สามารถใช้ได้จริง เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิดหรือการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นวิธีคุมกำเนินที่มีประสิทธิภาพมากพอ

ขอขอบคุณที่มาจาก: อ. พญ.อรวี ฉินทกานันท์

    0
    0
    0