หมอรพ.เตือน เจอเคสป่วยวัณโรคกระดูกนิ้วมือ รายแรกในรอบ15ปี

หมอรพ.เตือน เจอเคสป่วยวัณโรคกระดูกนิ้วมือ รายแรกในรอบ15ปี

   

           เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราควรรู้ เมื่อ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เตือนภัยสุขภาพ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวความว่า วัณโรคในกระดูกและข้อวัณโรคกระดูกนิ้วมือ พบได้น้อยมากๆ กรณีศึกษาทางการแพทย์ วัณโรคยังเป็นปัญหาสุขภาพของประเทศ 

            พบเป็นรายแรกในรอบ15 ปีของโรงพยาบาลสิชล วัณโรคกระดูกนิ้วมือหรือนิ้วเท้า เป็นผู้ป่วยหญิงอายุ64ปี มาด้วยเรื่อง 8เดือนก่อน สังเกตุเห็นว่านิ้วนางข้างขวาบวม ยังไม่ปวด ไม่มีอาการอย่างอื่น อีกสามเดือนต่อมาบวมมากขึ้น บีบตรงที่บวมจะรู้สึกเจ็บ งอนิ้วนางไม่ได้ ข้อติด ไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน บอกว่าเป็นข้ออักเสบ ให้ยามากินอาการปวดลดลงแต่ไม่ยุบบวม ไปติดตามการรักษาอีก 3ครั้งก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาเห็นว่านิ้วบวมมากผิดรูปไปจากนิ้วอื่นๆ จนงอนิ้วไม่ได้ อยู่เฉยๆก็ปวด อากาศเย็นๆตอนเช้าๆจะปวดมาก กินยาพารา ยาต้านการอักเสบพอบรรเทาลงได้บ้าง แต่ไม่ดีขึ้น จึงลองมาโรงพยาบาลสิชล ตรวจพบว่านิ้วนางข้างขวาบวมผิดรูปตั้งแต่โคนนิ้วจนถึงปลายนิ้วเป็นรูปกระสวย แพทย์จึงได้เจาะเลือดตรวจหาความผิดปกติของโรคข้อเช่นรูมาติซั่ม เอสแอลอี ค่าอีเอสอาร์ ดูเม็ดเลือด และค่าของเลือดทั่วๆไป เอกซเรย์กระดูกที่มือและทรวงอก พบว่าภาพรังสีจะเห็นรอยโรคที่กระดูกส่วนที่บวมผุกร่อน ค่าอีเอาอาร์สูงกว่า50 ผลเลือดอื่นๆปกติ จึงสงสัยเบื้องต้นน่าจะเป็นเนื้องอกที่กระดูก จึงส่งต่อไปรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แพทย์ได้ทำการเจาะเอาเนื้อเยื่อไปตรวจทางพยาธิวิทยาและเพาะเชื้อ

            ผลยืนยันออกมาเป็นเชื้อวัณโรคในกระดูกนิ้วมือ ซึ่งพบได้น้อยมากๆ แม้จะพยายามค้นหาว่าเชื้อมาโผล่ที่นิ้วมือได้อย่างไร ก็ไม่พบ ผู้ป่วยได้ยารักษาวัณโรคติดต่อกัน9เดือน พร้อมทั้งผ่าตัดเอากระดูกส่วนที่เป็นโรคออก แล้วเชื่อมกระดูกส่วนที่เหลือติดกันทำให้นิ้วนางสั้นลงไปบ้าง แต่ก็ไม่กระทบต่อชีวิตประจำวันแต่อย่างใด          

หลังรักษา

ภาพจากการเอ็กซเรย์

                วัณโรคกระดูกปกติพบได้ประมาณร้อยละ 1 ของคนไข้วัณโรคที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลทั้งหมด กระดูกสันหลังเป็นบริเวณที่เป็นวัณโรคกระดูกบ่อยที่สุด รองลงมาคือ ที่ข้อตะโพก นอกจากนั้น อาจพบได้แต่น้อยมากๆๆๆคือที่กระดูกยาว หรือที่กระดูกมือและเท้า

ขอขอบคุณที่มาจาก: Arak Wongworachat

    0
    0
    0