สาววัย 40+ ฟิตหุ่นเอาชนะร่างกายด้วยการมีวินัย

สาววัย 40+ ฟิตหุ่นเอาชนะร่างกายด้วยการมีวินัย

   

            อายุเป็นเพียงตังเลขจริงๆจ้า เป็นเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆหลายท่าน ที่ไม่อยากแก่ และอยากดูดีอยู่ตลอดเวลา วันนี้เรามี ประสบการณ์ของสาววัย 40+ มาฝาก ซึ่งเธอได้เอาชนะร่างกายด้วยการมีวินัย ฟิตหุ่นใส่บิกินี่  ไม่น่าเชื่อวัยขนาดนี้ ยังเป๊ะปัง สุดยอดจริงๆค่ะ ว่าแต่เขามีวิธรการเช่นไร ไปดูเคล็ดลับนี้กัน 

            ซึ่งเป็นประสบการณ์จากสมาชิกพันทิปท่านหนึ่ง ที่ได้แชร์เอาไว้ โดยเล่าว่า  สวัสดีค่ะ ห่างหายไปหนึ่งปีจากรีวิวก่อนตอนนั้นยังอายุ 42 ตอนนี้ 43 เต็มจะเข้า 44 ปีนี้ละ แต่ยังคงสโลแกนเดิมว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข “ชั้นยังไม่ยอมแก่ ชั้นยังใส่บิกีนีได้อยู่ และต้องดูดีด้วย” ใครจะว่าสวย หรือว่าไม่สวยไม่รู้ละ แต่ชั้นมีความสุขกับสิ่งที่ชั้นมี มีความสุขกับสิ่งที่ชั้นเป็นที่มันได้มาจากวินัย ความสม่ำเสมอของตัวเอง

            ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคุณแอน ทองประสม เธอบอกว่าเธอจะเป็นคนอายุ 50 ที่ยังใส่เสื้อผ้า size s อยู่  มันใช่เลย ขออนุญาตร่วมขบวนด้วยอีกคน ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ในการดูแลตัวเองให้ดี ทำสม่ำเสมอ อย่างมีวินัย เราทำได้แน่นอน มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะแบบว่า ยึดติดกับสังขารมากไปรึป่าว บ้าความสวยโน่นนี่ สังขารมันไม่เที่ยง นั่นก็ถูก แต่สำหรับเราแล้วเราว่ามันคือความสุขในชีวิตอย่างหนึ่ง การที่เราดูดี ดูอ่อนกว่า มีสุขภาพที่ดี มันสร้างความมั่นใจ และเราก็รู้สึกว่าเป็นความสำเร็จอีกอย่างของชีวิตที่ทำให้เราภูมิใจ เราว่าทุกคนต้องการความภูมิใจ ต้องการความสำเร็จอะไรบางอย่างในชีวิต ไม่ว่าเรื่องงาน เรื่องครอบครัว แต่เป้าหมายและความสุขของแต่ละคนก็ต่างกันไป ไม่มีอะไรไร้สาระ เพราะความสุข ความพอใจของแต่ละคนมันต่างกัน ทำแล้วไม่เดือดใครก็จบละ แล้วเราว่าการมีสุขภาพที่ดี ดูอ่อนกว่าวัย มันเลิศจะตาย เกริ่นมายาวเชียวมาเข้าเรื่องกันเถอะ

            ก่อนอื่นต้องยอมรับกันก่อนว่าตัวเองไม่ใช่ว่าจะใส่บิกินี ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วสวยเพอร์เฟคอะไรขนาดนั้น ธรรมชาติไม่ได้หุ่นดี เพราะข้อแรกเลยเป็นคนไม่มีหน้าอก พูดง่ายๆ นมเล็ก แฮะๆ ใส่อะไรมันก็จะสมิดจิ๊ด ไม่ได้สะบึม เซ็กแบบคนอื่นเค้า แต่เราก็พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่นะ จะให้มาทำนมตอนสี่สิบกว่าคงไม่ใช่ละ แต่ตั้งแต่มาออกกำลังกายจริงจัง เล่นเวท หน้าอกก็เฟิร์มขึ้น ไม่ใหญ่ขึ้นแต่รูปทรงชัดดีขึ้น แค่นี้ก็พอใจแล้ว อีกข้อเราเป็นคนไม่ได้สูงมาก แค่ 160 ขามันก็จะไม่ได้ยาวเรียวแบบนางแบบเค้า เอาเป็นว่ามีแค่ไหนเราก็ปั้นสิ่งที่เรามีให้มันดีที่สุด ต้องเริ่มจากรักตัวเอง มองตัวเองในแง่ดี มั่นใจในตัวเอง มั่นใจว่าเราทำได้ “ต้องเชื่อก่อนว่าทำได้” แล้วจะทำได้  ร่างกายเราก็จะรักเราตอบเช่นกัน ที่สำคัญเวลาถ่ายรูปออกมามันก็สะท้อนความมั่นใจของเราด้วย...ท่องไว้แค่มั่นใจความสวยก็มาแล้ว

            การเตรียมตัวใส่บิกินี่จริงๆ เราออกกำลังกายสม่ำเสมอเกือบทุกวันอยู่แล้ว ระวังเรื่องกินแต่ไม่ซีเรียส ไม่กินคลีน เอาแบบมีสติ ของหวานให้น้อย แต่ยังกินบ้างไม่เกินอาทิตย์ละครั้ง และกินไม่เยอะ เน้นแชร์ๆ แบ่งๆ กับคนอื่นๆ คือแค่กินให้พอหายอยาก ชีวิตเราจะตัดขาดความหวานอย่างเด็ดขาดคงทำไม่ได้ อันนี้พูดตรงๆ  อย่างวันไหนกลางวันได้จัดชานมไข่มุกไปเย็นก็จะกินแต่สลัดผักหรืออะโวคาโดอะไรแบบนั้นเพื่อรับใช้กรรมที่ทำไป จริงๆ เรื่องอาหารสำคัญมากสำหรับหน้าท้องเล่นให้ตาย กินไม่เลือกซิทอัพให้ตายก็พุงก็ป่อง

             ประมาณ ตุลาคมปีที่ผ่านมา 2562 เราเริ่มทำ IF แบบ 16-8 ที่ตัดสินใจทำเพราะอ่านข้อดีของการทำที่มากกว่าการลดน้ำหนัก แต่มีประโยชน์ในเรื่องสุขภาพเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย คงไม่เล่ารายละเอียดตรงนี้เพราะคิดว่าหลายคนรู้เรื่อง IF กันมาบ้างแล้ว เราทำ IF แบบงดมื้อเช้าเพราะเข้ากับไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตตัวเองที่ปกติก็ไม่ค่อยทานมื้อเช้าเป็นเรื่องเป็นราวอยู่แล้ว คือกินมือแรกตอน12.00 และกินมื้อเย็นก่อน 20.00  เดิมบางทีกินผลไม้ช่วงเช้า กินนม พอทำ IF งดมื้อเช้าเลยไม่ฝืนและไม่ได้ยากหรือหิวจนทนไม่ไหว ถามว่าทำแล้วผอมลงมั้ย ส่วนตัวจริงๆ ก่อนทำก็ผอมอยู่แล้วเพราะเราออกกำลังกายสม่ำเสมอและดูแลเรื่องการกินในระดับหนึ่งมานานแล้ว แต่ก็สังเกตว่าหน้าท้องมันอยู่ตัวมากขึ้น คือบางทีกินอิ่มๆ มันก็มีท้องป่องบ้าง อืดบ้างแต่มันน้อยกว่าเดิม  คือหน้าท้องมันคงตัวมากขึ้น

             สำหรับตัวเองจริงๆ สนใจผลพลอยได้อื่นๆ จาก IF มากกว่า เช่น เรื่องการป้องกันมะเร็ง การกำจัดของเสียในร่างกาย หน้าเด็ก การพักตับอะไรแบบนั้น  ส่วนตัวคิดว่าจะทำ IF ไปเรื่อยๆ  เพราะไม่ได้ฝืนอะไร ถ้าถามว่าในช่วง 8 ชั่วโมงคือมื้อกลางวันและมื้อเย็นกินอะไร ต้องคลีนหรือนับแคลมั้ย เราไม่เคยนับแคลและไม่เคยคิดจะนับ แต่อาหารพยายามเลือกที่มันไม่มันไม่หนักไป พยายามไม่กินแป้งหรือข้าวเยอะคือกินแป้งน้อยมาก มื้อเย็นกินแต่กับหรือข้าวไม่เกิน 2 ช้อน หรือถ้ามีวันไหนพิเศษต้องจัดหนักกลางวัน เย็นเราจะกินสลัด หรือมูสลี่กับนมในมื้อเย็น แต่ถ้าจะให้อดมือเย็นเลยไม่ไหวจริงๆ  ตอนนี้หลายๆ วันมื้อเย็นก็กินมูสลี่กับนมวัวรสจืดบ่อยขึ้น ส่วนตัวชอบด้วยเราว่ามันอร่อยๆ ชอบนมรสจืดแบบแลคโตสฟรีจะอร่อยมาก

            เรื่องออกกำลังกายเราเน้นสม่ำเสมอ ครั้งหนึ่งเล่นไม่นานมากประมาณ 25-45 นาที บางวันอาจเล่น 2 รอบ คือเช้าก่อนไปทำงานและเย็นหลังกลับบ้าน  ส่วนมากเช้าจะเล่น Total body with weight เย็นจะคาร์ดิโอปั่นพวกเครื่อง air walker หรือเน้นบริหารเฉพาะส่วนซึ่งอาจเลือกเน้นขา หน้าท้อง หลัง หรือช่วงแขนสลับกันไปแต่ส่วนใหญ่จะเน้น Total Body เป็นหลัก ถ้ากลับบ้านไม่ค่ำมากก็จะพยายามทำให้ได้วันละ 2 รอบ เช้าเย็น แต่อย่างที่บอกรอบนึงไม่ได้หนักหน่วง

             เมื่อก่อนจะบ้าเล่นหน้าท้องเล่นเอวมาก แต่พบว่าเมื่อหันมาเล่น Total Body Cardio & Toning หุ่นดูเป๊ะดูเฟิร์มมากขึ้น แถมเหนื่อยเหงื่อท่วมตัว เลยอยากบอกสาวๆ ว่าเล่นให้ครบจบทุกส่วนดีกว่า ได้ผลกว่าเพราะนอกจากโทนยังได้เบิร์นไขมันไปด้วย เรื่องวิธีการออกกำลังกายแต่ละคนอาจจะเหมาะหรือชอบต่างกัน มีพี่ที่ทำงานคนนึงนางวิ่งสายพานหนักทุกเช้าผอมจริง แต่มันดูไม่เฟิร์ม ยังมีหน้าท้อง บางคนก็พบว่าคาร์ดิโอมากไปทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อ ส่วนตัวเราเองเป็นคนไม่ชอบวิ่งเอามากๆ ไม่ชอบทำอะไรที่มันซ้ำ อย่างวิ่ง เบื่อ ใครเค้าจะฮิตแค่ไหนไม่ก็มาเอาเพราะทำแล้วเบื่อ ถ้าอยากจะคาร์ดิโอเราเลือกทางเต้นหรือพวก HIIT มากกว่า เพราะมันมีหลายท่าสนุกกว่ากันเยอะ เป็นคนขี้เบื่อทำอะไรแบบเดิมๆ ซ้ำกันนานๆ ไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เราชอบออกกำลังกายตาม YouTube เพราะมันมีหลายแบบ หลายเทรนเนอร์ให้เลือกเล่น แถทยังฟรีอีก ตรงนี้ดีงาม

            ในเรื่องน้ำหนักของเวท เราไม่ได้อยากมีกล้ามหรือดูแน่นอะไรมากมาย (และก็ไม่ได้มีเวลาฟิตขนาดนั้น เราทำงานประจำ 5 วัน เหมือนสาวออฟฟิศทั่วไป) เราจะใช้น้ำหนักเวทในช่วง 1-4 กิโลแล้วแต่ท่า ถ้าพวกท่าเน้นขา ก้นก็จะหนักหน่อย 4 กิโล แต่ถ้าแขนก็จะช่วง 1-2 กิโลแล้วแต่ท่า มาตรฐานส่วนใหญ่คือ 2 กิโล แต่ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวเป็นคนประเภทเนื้อเหลวมาแต่เด็ก สมันมัธยมจับเนื้อเพื่อนหลายๆ คนเนื้อเค้าจะแข็งๆ แน่นๆ แต่เราจะแบบเหลวๆ ก็เคยอ่านว่าแต่ละคนจะมีความแน่นของกล้ามเนื้อต่างกัน เราเองก็จะเป็นคนที่ออกกกำลังกายแล้วจะเห็นลอนกล้ามเนื้อช้าหน่อยด้วยความที่พื้นฐานเนื้อมันเหลวนั่นเอง

            หุ่นเราเป็นคนหุ่นตรงๆ สะโพกไม่ผาย หน้าอกเล็ก แต่มีก้นอยู่ แต่พออายุมากก้นก็หย่อนก็คล้อยตามเวลา บวกกับสมัยก่อนเราไม่สนใจออกกำลังายช่วงล่างคือขากับสะโพกเลย เล่นแต่ท้อง ผลคือก้นย้อยต่ะ มีวันหนึ่งไปเดินร้านขายกางเกงใน นางคนขายดันพูดออกกมาว่าพี่ก้นย้อยจัง โห! อายมากและโกรธด้วย เลยหันมาเล่นขาแล่นก้นอย่างจริงจัง ทุกวันนี้บอกเลยว่าเล่นขามากกว่าท้อง เพราะขาเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่มันจะได้คาร์ดิโอ ได้เบิร์นไขมันด้วย ที่สำคัญเล่นขาได้ก้น เล่นก้นก็ได้ เธอจะไม่มีสิทธิพูดว่าก้นชั้นย้อยอีกต่อไป แต่นั่นละด้วยอายุและสังขารดั้งเดิมมันก็ได้เท่าที่เห็น แต่เราพอใจนะ

           เอาละถึงเวลาถ่ายรูปใส่บิกินี่กันแล้ว ถ้าอยากถ่ายให้ดูเป๊ะปัง แล้วถ้าหุ่นเราแบบท้องเราไม่ได้แน่นเฟิร์มเหมือนดาราหรือเนตโอดอลที่กล้ามท้องเป็นลูกๆ ขนาดนั้น แนะนำให้ถ่ายรูปตอนเช้าเลยค้า ก่อนกินข้าวเลย ในรูปที่ใส่บิกินี่สีเขียวเราถ่ายสัก 8 โมงเช้าหลังตื่นนอน ถ่ายแบบหน้าสดๆ ไม่ได้เติมอะไรเลย ท้องไม่ต้องแขม่วได้งั้นเลย  ส่วนตัวเราชอบบิกินี่แบบเอวต่ำมากกว่า เราว่าใส่แล้วดูเอวยาวหุ่นสวยกว่าใส่พวกเอวสูง ส่วนตัวใส่เอวสูงแล้วไม่สวยๆ เราว่ามันเหมาะกับคนตัวสูงๆ ขายาวๆ แต่ก็แล้วแต่ชอบกันเนอะ  รูปเราที่เห็นตั้งกล้องถ่ายเองไม่รบกวนใคร จะเอามุมไหนจะถ่ายกี่ท่ากี่ทางจัดเองไม่ต้องง้อใคร อิอิ

            เป๊ะปังที่สุดเลยจ้า อายุ 40+ ขนาดนี้ยังดูสาวดูเด็กกว่าวัย ยังไงก็คงจะเป็นประโยชน์แก่สาวๆหลายท่านที่รักสุขภาพ และรักสวยรักงามอยู่ ทำตามนี้แล้วมีวินัยยังไงก็ปัง ที่สำคัญสนุกกับมัน จนมันกลายเป็นไลฟสไตล์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา คือต้องยั่งยืน  หารูปแบบการออกกำลังกายที่เราชอบไม่ฝืนจะได้สนุกและทำได้ในระยะยาว เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก: Beauty_Motto 

0
0
0