วิธีรักษา ตาตุ่มด้าน ทำง่ายไม่ต้องกังวล

วิธีรักษา ตาตุ่มด้าน ทำง่ายไม่ต้องกังวล

   

         หลายคนคงพบกับปัญหานี้ นั่นคือ ตาตุ่มด้าน  ซึ่งเป็นปัญหาผิวหนังบริเวณตาตุ่มหยาบกร้านและหนา ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงแต่หากปล่อยให้ผิวหนังบริเวณตาตุ่มหนามากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเสี่ยงเกิดแผลได้ และอาจจะรักษายากหรือใช้เวลานาน เช่นกับ ผู้ใช้เฟชบุ๊กท่านนี้ ลำบากในการใส่รองเท่าจนต้องมาขอคำแนะนำในการรักษา 

        ส่วนใหญ่ตาตุ่มด้านเกิดจากการสวมใส่รองเท้าที่คับเกินไป หรือแม้แต่การใส่รองเท้าที่มีขนาดพอดีแล้ววิ่ง เดิน หรือยืนเป็นระยะเวลานาน ก็อาจทำให้ตาตุ่มด้านได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากเกิดการเสียดสีของรองเท้าและผิวหนังบริเวณตาตุ่ม นอกจากนี้ การนั่งบนพื้นบ่อย ๆ โดยไม่มีเบาะรองนั่ง เช่น นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ ทำให้เกิดแรงกดทับจนตาตุ่มด้านได้เช่นกัน

-ห้ามปล่อยให้ผิวหนังบริเวณตาตุ่มด้านและหนาจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดแผลได้

-ห้ามตัดเล็มผิวหนังที่ด้านและแข็งบริเวณตาตุ่มด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงเกิดแผลติดเชื้อ

-ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีลอกผิวหนังบริเวณตาตุ่ม เพราะอาจเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้

-หากผิวหนังที่ตาตุ่มหนามาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษา โดยแพทย์อาจตัดผิวหนังที่แห้งเสียออกด้วยมีดผ่าตัด เพื่อกำจัดตาตุ่มด้านและลดแรงกดทับของเนื้อเยื่อด้านล่าง

ส่วนวิธีการรักษา เราก็มีนำมาฝาก 

        -ทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้น ทาครีมลงบนผิวหนังบริเวณตาตุ่มที่หยาบด้านทุกวัน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวให้เนียนนุ่มขึ้น หรืออาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก แอมโมเนียมแลคเตท หรือยูเรีย เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกง่ายขึ้น และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนังใหม่ ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังบริเวณตาตุ่มเนียนนุ่มขึ้นกว่าเดิม

        -แช่เท้าในน้ำอุ่น แช่เท้าให้น้ำอุ่นท่วมถึงบริเวณตาตุ่มเป็นเวลา 20 นาที จากนั้นใช้ผ้าขนหนูซับเท้าให้แห้ง แล้วทาบำรุงผิวบริเวณตาตุ่มด้วยครีมทาผิว น้ำมันมะกอก หรือเนยโกโก้ ซึ่งเป็นไขมันจากเมล็ดโกโก้ ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้านบริเวณตาตุ่มเนียนนุ่มขึ้นได้

          ขัดผิวด้วยหินพัมมิส แช่เท้าในน้ำอุ่นนาน 5-10 นาที จากนั้นนำหินพัมมิสซึ่งเป็นหินภูเขาไฟที่มีรูพรุนและผิวขรุขระจุ่มลงในน้ำอุ่น แล้วใช้หินขัดถูบริเวณตาตุ่มวนเบา ๆ เพื่อให้เซลล์ผิวหนังเก่าหลุดลอกออก ทั้งนี้ ไม่ควรใช้หินขัดตาตุ่มแรงหรือนานเกินไป เพราะอาจทำให้เลือดออกและเกิดการติดเชื้อได้ ขัดผิวด้วยข้าวโอ๊ตหรือดีเกลือขณะอาบน้ำ เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวที่หยาบกร้านเนียนนุ่มขึ้น และช่วยลดความหมองคล้ำบริเวณตาตุ่มได้ นอกจากนี้ อาจผสมข้าวโอ๊ตกับน้ำอุ่นแล้วทาลงบนตาตุ่ม เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว

นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นจากชาวเน็ตเข้ามาให้คำแนะนำ

ลองทำตามคำแนะนำนะคะ

           หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่กำลังเจอปัญหานี้นะคะ ลองทำตามดูอาจจะช่วยแก้ปัญหาที่ท่านเจออยู่ได้ ปัญหาผิวหนังบริเวณตาตุ่มหยาบกร้านและหนา ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงแต่หากปล่อยให้ผิวหนังบริเวณตาตุ่มหนามากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเสี่ยงเกิดแผลได้ และอาจจะรักษายากหรือใช้เวลานาน

ขอขอบคุณที่มาจาก: Good Day

    0
    0
    0