เงินบริจาค แม่ลูกนั่งป้อนข้าว รอลงเราชนะ พุ่งกว่า 7.2 ล้านบาท

เงินบริจาค แม่ลูกนั่งป้อนข้าว รอลงเราชนะ พุ่งกว่า 7.2 ล้านบาท

   

          จากที่โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพของตายาย ที่นั่งป้อนข้าว รอลงทะเบียนเราชนะ จนกลายเป็นไวรัสในไม่กี่ชั่วโมง ต่อมาทราบว่า คนที่อยู่ในคลิปนั้นคือ นางน้อย เอี่ยมสะอาด อายุ 81 ปี และนายจำเนียร เอี่ยมสะอาด อายุ 62 ปี 2 แม่ลูกชาว อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร 

          ความคืบหน้าเรื่องนี้จากการเดินทางไปที่บ้านของนางน้อย พบนางเล็ก บุญทัด อายุ 60 ปี ลูกสาวคนรองกำลังทำกับข้าวให้ยายน้อย โดยมีต้มข่าไก่ และไข่ต้มพะโล้ พร้อมทั้งดูแลนางน้อยอย่างใกล้ชิด จากการพูดคุยนางเล็กบอกว่าไม่อยากเป็นข่าวแล้ว เนื่องจากพอแม่มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือก็คนเข้ามาหา ซึ่งความจริงแล้ว ตนเป็นคนเลี้ยงดูแม่มาเพียงคนเดียวตลอดหลายปี

          ส่วนนายจำเนียร น้องชายหายไปกว่า 30 ปี เพิ่งกลับมาอยู่กับแม่ได้แค่ 5-6 เดือนเท่านั้น เดิมก็อยู่ไม่ห่างจากที่นี่ แต่หลังจากมีครอบครัวไปแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ต่อมาก็เลิกรากับเมียแล้วก็หายไป เพิ่งกลับมาอยู่ไม่นาน เมื่อเป็นพี่น้องกันก็ต้องเลี้ยงดูกันไป ตนจะคอยส่งเงินส่งของมาให้ใช้เป็นประจำ ถามชาวบ้านหรือผู้ใหญ่บ้านก็จะทราบดี

          สำหรับเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคมา จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาช่วยกันดูแลนั้นก็เห็นดีด้วย เวลาจะเบิกต้องใช้คณะกรมการ 3 ใน 4 เซ็นต์เบิกด้วยกัน เพื่อป้องกันคำครหาของคนทั่วไป ตามที่พูดคุยกันว่าจะให้เบิกมาใช้เป็นรายเดือน เมื่อฉุกเฉินเกิดยายเจ็บป่วยจะได้พาไปหาหมอรักษาได้ทัน ก็เห็นชอบด้วย แต่ในเบื้องต้นต้องการสร้างบ้านให้แม่อยู่ก่อน เพราะบ้านหลังเก่าชำรุดแล้ว เวลาน้ำมาก็ท่วมจึงไม่ปลอดภัย

          ทางด้านนางน้อยเปิดเผยว่า ปกตินางเล็กลูกสาวเป็นมาดูแลคนเดียว ลูกชายที่หายไปนานเพิ่งกลับมาอยู่ด้วยไม่นานนี้เอง ส่วนเงินที่ผู้ใจบุญช่วยเหลือมาไว้ใจให้ลูกสาวดูแล เพราะเป็นคนดูแลช่วยเหลือมาตลอดเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ลูกชายก็จะหายไปเรื่อยไม่ค่อยอยู่บ้าน ต่อมานายจำเนียรก็ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับมาพร้อมกับสุนัข โดยบอกว่าไปเที่ยวบ้านเพื่อนและซื้อของกลับมาให้แม่ นายจำเนียร ยอมรับว่าหายจากบ้านไปประมาณ 30 ปีจริง เนื่องจากเลิกรากับเมียจึงเตลิดไปทั่ว จนแม่และน้องสาวทำบุญให้โดยคิดว่าตนได้ตายไปแล้ว

          ส่วนเรื่องยอดเงินบริจาค สรุปเมื่อเวลา 9.00 น. วานนี้ (19 ก.พ.)  ปรากฏว่ามีผู้บริจาคเข้ามาเป็นเงินถึง 7,200,000 บาทเศษแล้ว ซึ่งทางครอบครัวของนางน้อยได้ขอให้ผู้ใจบุญหยุดบริจาค เพราะได้เงินจำนวนมากพอใช้แล้ว ส่วนการไปลงทะเบียนเราชนะก็ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์แต่อย่างใด

 ของดรับบริจาค

           ในเบื้องต้นอำเภอได้ช่วยกำกับดูแลในส่วนของเงินบริจาคตามความประสงค์ของครอบครัวนางน้อย เอี่ยมสอาด เพื่อนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ได้มีการกำชับท้องถิ่นและท้องที่ให้ดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้พิการในพื้นที่ในการลงทะเบียนตามโครงการเราชนะ และดูแลให้ความความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้น ต่อไป

เรียบเรียงโดย: tkvariety.

    0
    0
    0