อาจารย์เจษฎ์ ไขข้อสงสัย หลังกระบะ ลืมือถือ จอดตากแดดไฟลุกท่วม

อาจารย์เจษฎ์ ไขข้อสงสัย หลังกระบะลืมมือถือ จอดตากแดดไฟลุกท่วม

   

         จากรณีที่รถจอดตากแดดไฟลุกท่วม และสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการที่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในรถ ซึ่งเจ้าของรถบอกว่าได้ยินเสียงระเบิด ทำให้ชาวเน็ตสงสัยว่าเกิดขึ้นได้จริงใช่ไหม ล่าสุด เพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ได้ออกมาให้ความรู้ว่า

        เมื่อวานให้สัมภาษณ์นักข่าว เกี่ยวกับเรื่องที่มี "รถกระบะเกิดไฟลุกไหม้ และสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการที่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในรถ" ว่าเป็นไปได้ไหม ?? ซึ่งคำตอบคือ เป็นไปได้ครับ !!

          รถยนต์ที่จอดตากแดดเอาไว้นานๆ นั้น ถ้าไม่ติดฟิล์มกรองแสง หรือไม่แง้มเปิดกระจกระบายอากาศในรถ ความร้อนอาจจะขึ้นไปสูงถึง 50 หรือ 55 องศาเซลเซียสได้โดยไม่ยาก และบางจุด เช่น คอนโซลหน้ารถ ที่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงจากกระจกหน้า อาจจะมีอุณหภูมิขึ้นไปสูงถึง 65 องศาเซลเซียสได้เลยทีเดียว

          ในขณะที่แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ ที่เรานิยมใช้ในโทรศัพท์มือถือหรือ power bank นั้น มักจะเป็นรุ่นที่ใช้สารเคมีกลุ่มลิเธียมไอออน ซึ่งปกติจะมีฉนวนกั้นสารเคมีด้านในของแบตเตอรี่ แต่ถ้าเกิดการเสื่อมสภาพของฉนวน จนฉีกขาด หรือใช้แบตเตอรี่ที่มีคุณภาพของฉนวนต่ำตั้งแต่แรก เมื่อมารวมกับการถูกความร้อนสูงภายในรถยนต์ ก็อาจจะให้สารเคมีมาผสมกัน เกิดปฏิกิริยาเคมีที่คายความร้อนขึ้น และทำให้ติดไฟลุกไหม้ได้

          ดังนั้น ถ้าจอดรถตากแดด ก็ไม่ควรจะลืมทิ้งโทรศัพท์มือถือหรือพาวเวอร์แบงค์เอาไว้ภายในรถด้วย และควรจะแง้มกระจกหน้าต่างเพื่อระบายความร้อนบ้าง ถ้าเป็นไปได้

          ขณะที่ก็ควรจะตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่มือถือหรือ power bank ว่ายังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่โป่งพอง ชาร์จไฟไม่ค่อยเข้า / และไม่  ควรใช้ของปลอมราคาถูก ซึ่งอาจจะมีคุณภาพต่ำและเป็นอันตรายได้ครับ

           การจอดรถตากแดด แล้วลืมมือถือไว้ในรถทำให้เกิดไฟไหม้นั้น อาจารอาจารย์เจษฎ์ ได้ให้ความรู้ว่ามีทางเป็นไปได้ เพราะรถยนต์ที่จอดตากแดดเอาไว้นานๆ นั้น ถ้าไม่ติดฟิล์มกรองแสง หรือไม่แง้มเปิดกระจกระบายอากาศในรถ ความร้อนอาจจะขึ้นไปสูงถึง 50 หรือ 55 องศา

ขอขอบคุณที่มาจาก: อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์

 

    0
    0
    0