สรุปปัญหาบ้าน จ๊ะ อาร์สยาม เคลียร์จบล่าสุดขายได้แล้ว

สรุปปัญหาบ้าน จ๊ะ อาร์สยาม เคลียร์จบล่าสุดขายได้แล้ว

   

        กลายเป็นอีกหนึ่งเคสที่นับว่าเป็นอุทาหรณ์ราคาแพงสำหรับคนที่ซื้อบ้านหรูย่านบางบัวทอง ที่มีนักร้องชื่อดังอย่าง จ๊ะ อาร์สยาม ที่บังเอิญว่าจะขายบ้านต่อให้กบคนรู้จักปรากฏว่าขายต่อไม่ได้ทั้งๆที่มีโฉนดถูกต้อง รวมทั้งลูกบ้านท่านอื่นก็ออกมาร้องเรียนว่าเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งล่าสุดหมู่บ้านดังกล่าวได้รับความคลี่คลายแล้ว วันนี้เราเลยจะพาไปอ่านสรุปแบบม้วนเดียวจบมาให้ดูกัน

       “หากมีการทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว ขอโปรดให้ท่านแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำนิติกรรมทราบด้วยว่าที่ดินอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการรวบรวมเอกสารเพื่อประกอบยื่นคำร้องต่อศาลให้มีคำสั่ง “เพิกถอนการโอน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ในภายหลังอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้กระทำนิติกรรมได้”  

        บ๊ะเจ้า บ้านคือวิมานของเรา แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเอกสารทางราชการ แจ้งว่า ผืนดินเหนือวิมานที่ใช้พักร่างหลับนอนที่เก็บหอมรอมริบมา ดันส่อจะถูกยึด โดยมีผู้เดือดร้อนกว่า 1,156 ครัวเรือน กินพื้นที่รวม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ เดอะ วิลล่า, โมดิ วิลล่า และ เพอร์เฟค พาร์ค

       แน่นอน ลูกบ้านทุกคนล้วน “หัวร้อน..นอนไม่หลับ” รวมไปถึง น.ส.นงผณี มหาดไทย หรือ “จ๊ะ อาร์สยาม” สาวขายเสียงลีลาเร่าร้อน กับเพลง “คันหู” ที่กระหึ่มไปทั่วทั้งบาง ที่ดันมาซื้อบ้านไว้เกือบ 4 ล้าน และกำลังจะนำไปขายเพื่อซื้อบ้านที่ใหญ่กว่า แต่ดันทำอะไรไม่ได้ เพราะเจอหนังสือแจ้งข้างต้น

       แน่นอน เสียงของ “จ๊ะ” นั้นดังกว่าคนในหมู่บ้าน เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มถูกขุดคุ้ยขึ้นมาว่าเป็นเพราะอะไร

      หากจะให้เล่าด้วยการเขียนทุกอย่างลงไปก็คงจะยาวยืด ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงขอสรุปม้วนเดียวจบ พร้อมอินโฟกราฟิกไทม์ไลน์ และฟังจากปากของผู้ได้รับผลกระทบ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ นายอชิรวิชญ์ ทองเมฆ นิติบุคคลหมู่บ้านวิลล่า บางบัวทอง น.ส.ภัททิยา ชูเรือง ลูกบ้านโครงการโมดิวิลล่า นายเศกสรร สุขแสง ผู้ตรวจราชการกรมบังคับคดี ในฐานะโฆษกกรมบังคับคดี และ นายไพโรจน์ เจิ้นสว่าง เจ้าพนักงานที่ดิน นนทบุรี สาขาบางบัวทอง โดยคนกลางคือ นายชลธี ยังตรง รอง ผวจ.นนทบุรี 

ย้อนไทม์ไลน์ การถือครองโฉนดเลขที่ 1495

       ปฐมบทของเรื่องนี้ต้องย้อนไปไกลเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ “หมู่บ้านแสงอรุณ” โดย บริษัท สมประสงค์ ซึ่งเป็นผู้ถือครองโฉนดคนแรก และสร้างหมู่บ้านขึ้นปี 2539 กระทั่งปี 2540 เจอสภาพวิกฤติต้มยำกุ้ง ทำให้สมประสงค์แลนด์ ไม่สามารถสร้างหมู่บ้านแสงอรุณให้แล้วเสร็จ เป็นเหตุให้ถูกลูกบ้าน 160 ยื่นฟ้อง กระทั่งในปี 2544 ถูกฟ้องล้มละลาย บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) นำทรัพย์สินมาขายทอดตลาด

      กระทั่งที่ดิน เลขที่ 1495 ถูกเปลี่ยนมือเรื่อยมา ก่อนจะมีการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดใน ปี 2552 ซึ่งระหว่างพิพาทกันอยู่นั้น ได้มีการซื้อขาย เปลี่ยนมือ จำนองกันถูกต้องตามกฎหมาย สาเหตุเพราะ “กรมที่ดิน” ไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อน

     พอถึงในปี 2553 โครงการหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งจึงกำเนิดขึ้น มีการทำนิติกรรมได้อย่างปกติ เรื่อยมาจนถึง 10 ปี กระทั่ง กรมบังคับคดีค่อยแจ้งกรมที่ดินว่า โฉนดดังกล่าว มีปัญหาอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ เพราะมีผู้ร้องเรียนให้ “เพิกถอน” โฉนดที่ดินดังกล่าว ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะมีการซื้อขายไม่ถูกต้อง และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำลังรวบรวมเอกสาร และในขั้นตอนนี้เอง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้มีหนังสือยังกรมที่ดิน ส่งผลให้ชาวบ้านต่างเดือดร้อน  

     อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เหมือนจะมีข่าวดีทำให้ลูกบ้าน ทั้ง 3 โครงการได้ยิ้มได้ หลังจากต้องออกแรง “กระตุ้น” ด้วยการรวมตัวขอความเป็นธรรม ดูเหมือนทุกอย่างจะไหลลื่นและเดินไปอย่างรวดเร็ว

      ล่าสุด กองบังคับคดีล้มละลาย 3 กรมบังคับคดี ได้มีหนังสือ ยธ 0505/5071 ลงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 แจ้งผลการพิจารณา กรณีมีผู้ร้องเรียนให้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483

      ว่า บัดนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ทำการสอบสวน และมีคำสั่งว่า “การทำนิติกรรมโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 1495 ไม่ต้องด้วยมาตรา 115 จำมีคำสั่งไม่เพิกถอน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะตามระเบียบแล้ว หากไม่มีผู้มาคัดค้าน 15 วัน เรื่องราวก็จะจบ แต่ถ้าไม่ล่ะ..ยุ่งอีกแน่ 

ขอขอบคุณที่มาจาก : thairath.co.th 

    0
    0
    0