เพจดังเผยสาเหตุ ทำไมยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยถึงมีน้อย

เพจดังเผยสาเหตุ ทำไมยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในไทยถึงมีน้อย

   

       ทางเพจ พี่หมอออนไลน์ : ปรึกษาได้ทันที ได้ออกมาเผยสาเหตุที่หลายคนสงสัย ว่าทำไมในเมืองไทยเราถึงมียอดผู้ป่วย โควิด-19  น้อย โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า มีคนใกล้ตัวพี่หมอรวมถึงแฟนเพจหลายคน เข้ามาทักถามพี่หมอว่า

      "เอ๊ะ พี่หมอครับ ทำไมยอดคนป่วยโควิด-19 ในไทยมันน้อยจังเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ประเทศไทยนี้มีการปกปิดยอดผู้ป่วยหรือเปล่าครับ" พี่หมอขอตอบคำถามหลังเรื่องการปกปิดยอดผู้ป่วยก่อนเลยว่า "ไม่มีครับ"

     สาธารณสุขของเราทำงานเต็มที่จริงๆอันนี้พี่หมอไม่ได้อวยหน่วยงานตัวเองนะครับ แต่สาธารณสุขกระตือรือล้นในการคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 มาก ทั้งโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ถ้ามียอดผู้ป่วยใหม่เข้ามา นอกจากทางโรงพยาบาลจะไม่ปกปิดแล้ว ยังจะรีบแจ้งยอดอัพเดทด้วยซ้ำครับ

     แต่ทีนี้คำถามต่อมาคือ ทำไมยอดผู้ป่วยในประเทศไทยมันน้อยจังครับพี่หมอ ??? คำถามนี้น่าสนใจครับ ถ้าให้พี่หมอตอบตรงๆเลย แบบไม่อวยหน่วยงานตัวเองอีกแล้ว

     สาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ไทยตั้งใจทำงานเพื่อป้องกันโควิด-19 กันอย่างมาก และสาธารณสุขเราดีติดระดับโลก  โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงผู้ป่วย ทำให้สามารถควบคุมอัตราการแพร่เชื้อได้ดี แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่จำนวนผู้ติดเชื้อน้อยครับ

     เหตุผลหลักจริงๆก็คือเราตรวจน้อยกว่าความเป็นจริงครับ(ฮ่วย !!!) พี่หมอขอเอาข้อมูลจากกรมควบคุมโรค(รูปที่ 2) มาแสดงให้ดูว่า เรามีการคัดกรองแบบจริงจัง คือตรวจเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 หรือไม่ โดยใช้การตรวจ PCR อยู่ที่ 4,023 ราย และใน 4,023 รายนี้ มาตรวจที่โรงพยาบาลเอง 3,829 ราย (ข้อมูลถึงวันที่ 5 มีนาคม 2563) แปลว่ากว่า 95% คือผู้ป่วยที่เดินมาตรวจที่โรงพยาบาลเอง ส่วนอีกไม่ถึง 5% คือคัดกรองอาการเจอและเข้าได้

     โอเคว่าตัวเลข 4,023 รายนี้อาจจะไม่ใข่ตัวเลขผู้ที่ตรวจ PCR ทั้งหมด เพราะ 4,023 รายนี้ตรวจเฉพาะแต่ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ในการเฝ้าระวัง  (Patient under investigation หรือ PUI) อาจจะมีผู้ป่วยอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าเกณฑ์ PUI ที่ได้รับการตรวจ PCR เพิ่มเติมเข้ามา (ซึ่งมีทั้งเสี่ยงจริงและเสี่ยงไม่จริง เช่น อยากตรวจเอง เป็นต้น)

    พี่หมอสมมติให้มีการตรวจ PCR มากกว่าเดิมเป็น 5 เท่าตัวเลย คือตรวจ PCR ไป 20,000 ราย (ซึ่งในความเป็นจริงๆอาจจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ก็ได้) 

     ประเทศอังกฤษตรวจไป 17,968 ราย พบการติดเชื้อ 115 ราย หรือ 0.64% (รูปที่ 3)

      เกาหลีใต้ประเทศติดเชื้ออันดับ 2 ตรวจไป 146,541 รายพบการติดเชื้อ 5,766 ราย หรือ 3.93%(รูปที่ 4)

    ส่วนในประเทศไทยตรวจไป 4,023-20,000 ราย พบการติดเชื้อ 47 ราย หรือ 0.24%-1.16% ซึ่งดูเหมือนว่าประเทศไทยจะพบผู้ติดเชื้อน้อยจริงๆ(หรือเปล่า ???)

    ประเด็นเรื่องการป้องกันโควิด-19 ตรงนี้พี่หมอมองว่ามี 2 ส่วนประกอบกันคือนโยบายเชิงรับและนโยบายเชิงรุกครับ

     นโยบายเชิงรับเราทำได้ค่อนข้างดีแล้วคือในส่วนของสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์คือผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลและเราพยายามตรวจคัดกรองตั้งแต่ทางเข้าโรงพยาบาลซักประวัติการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตรวจเพิ่มเติมต่อเมื่อมีความจำเป็นแต่นโยบายเชิงรุกลำพังพวกเราบุคคลกรทางสาธารณสุขไม่สามารถผลักดันอะไรมากกว่านี้ได้รัฐจะต้องเป็นผู้ช่วยผลักดันในระดับนโยบายนั่นคือเร่งตรวจผู้สงสัยจะติดเชื้อให้มากที่สุด

     ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลจีนจะมีทีม 1,800 ทีมทีมละมากกว่า 5 คนจะไปสอบถามผู้ติดเชื้อเลยว่าไปไหนมาบ้างสัมผัสหรือใกล้ชิดกับใครกี่สิบกี่ร้อยรายชื่อก็ว่าไปแล้วจะไปตรวจคนเหล่านั้น "ทุกคน" เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สงสัยจะติดเชื้อทุกคนไม่ใช่ผู้ติดเชื้อซึ่งผลปรากฎว่าโอกาสติดเชื้อหากสัมผัสกับผู้ป่วยคือ 1-5% ครับหรืออย่างเกาหลีใต้ที่เราเห็นยอดเค้าพุ่งๆนั้นเพราะเค้าใช้นโยบายเชิงรุกเช่นเดียวกับจีนรวมถึงมีการแสดงตำแหน่งของผู้ติดเชื้อด้วยเพื่อจะหาผู้ต้องสงสัยจะติดเชื้อให้ได้มากและเร็วที่สุด

     ในขณะที่ผู้สงสัยจะติดเชื้อในประเทศไทยจำนวนมากไม่ได้รับการตรวจด้วยนโยบายเชิงรุกแบบนี้แต่กลับให้กักตัวที่บ้านเอง 14 วัน

     ดังนั้นไม่ว่าประเทศไทยจะตรวจไป 4,023 รายตรวจไป 20,000 รายหรือตรวจไป 150,000 รายก็ยังไม่เพียงพอที่จะหาผู้ติดเชื้อที่แท้จริงหากยังดำเนินนโยบายเชิงรุกแบบนี้

     คนที่ขึ้นเครื่องบินลำเดียวคนที่ไปกินอาหารร้านเดียวกันคนที่อยู่ในเส้นทางการเดินทางลงนครศรีธรรมราชด้วยกันฯลฯเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราไม่ได้สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อมาประเทศจีนตรวจมานับล้านเคสบอกว่าอัตราการเจอเคสติดเชื้อจากคนที่ติดเชื้อคือ 1-5%หากประเทศไทยตรวจเจอต่ำกว่านั้นมากๆระดับ 0.2% หรือ 0.5%คำถามคือเราควบคุมโรคดีมากจนตรวจไม่เจอจริงๆเรายังไม่ได้ตรวจคนที่ควรจะตรวจจริงๆกันแน่

       ป้องกันดี = ไม่มีหรือไม่เจอ = ไม่มี

     นโยบายเชิงรับเราคนไทยทุ่มเทกันเต็มที่แล้วเราหาซื้อหน้ากากอนามันราคาแพงๆมาใส่กันเราล้างมือกันจนมือแทบจะเปื่อยเราเลิกเดินทางไปเที่ยวเรากักตัวอยู่บ้าน  บุคลากรทางการแพทย์ตรวจคนไข้ทั้งที่ต้องสงสัยโควิด-19 และผู้ป่วยทั่วไปจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนหน้ากากอนามัยก็ไม่มีใส่เพื่อป้องกันตัวฯลฯเราทำเต็มที่กันแล้วจริงๆ แล้วรัฐบาลล่ะครับเมื่อไหร่นโยบายเชิงรุกถึงจะดำเนินการให้เราได้สบายใจกันบ้าง #พี่หมอออนไลน์ #คิดถึงหมอ #คลิกถึงหมอ

      ซึ่งจากโพสต์นี้คงจะไขความกระจ่างให้กับหลายๆคนได้เป็นอย่างดี เพราะมาตรการการควบคุมโรคของบ้านเรานั้นอยู่ในระดับที่ดี รวมทั้งประชาชนมีความตื่นกลัว ดูแลตัวเองดีมากๆนั้นเอง 

 ขอขอบคุณที่มาจาก : พี่หมอออนไลน์ : ปรึกษาได้ทันที 

    0
    0
    0