ทำบุญที่วัดร้อยครั้ง ก็ไม่เท่าทำดีกับพ่อแม่เพียงครั้งเดียว

ทำบุญที่วัดร้อยครั้ง ก็ไม่เท่าทำดีกับพ่อแม่เพียงครั้งเดียว

   

             หลายคนมักเข้าใจว่าการทำบุญเพื่อจะให้ชีวิตดีขึ้นนั้น คือการเข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล บริจาคให้กับวัดมากมาย การตักบาตร กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ถึงจะได้บุญ แต่สิ่งนั่นก็เป็นการบุญอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ยังมีการทำบุญที่หลายท่านมองข้าม ซึ่งบุญนี้คือบุญใหญ่นั่นคือ การทำบุญกับพระในบ้าน พ่อแม่ ของเรานั้นเอง

วิธีทำบุญกับพ่อแม่ (พระในบ้าน)

                1. จัดซื้อจัดหา ข้าวของเครื่องใช้ให้พ่อแม่  คนเป็นพ่อแม่ มักจะรู้เสมอว่าลูกชอบกินอะไร อยากได้อะไร แต่ลูกมักจะไม่ค่อยรู้ว่าพ่อแม่ชอบอะไร สิ่งที่ท่านเคยทำให้เรามา ก็ควรจะทำให้ท่านบ้าง หาซื้ออะไรที่ท่านชอบกิน ของอะไรที่ท่านอยากได้ ก็ซื้อมาให้ท่าน ในวันพิเศษ เช่นวันเกิด ก็ซื้อของขวัญวันเกิดมาให้ท่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่มีมูลค่ามากมาย แค่มีใจที่นึกถึง อยากจะให้พ่อแม่ก็ดีใจมากพอแล้ว

               2. ปรนนิบัติดูแลพ่อแม่ การดูแลทั่วไปให้ท่านกินอิ่ม นอนหลับสบายถือเป็นสิ่งที่ลูกๆควรจะปฏิบัติ แค่เรื่องเล็กน้อยอย่างการทำอาหารให้ท่านทาน ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างดูแลยาม เจ็บไข้ ได้ป่วย หรืออย่างการทำกับข้าวไปวัดมีหลายคนทำกับข้าวไปทำบุญที่วัดได้ แต่ไม่เคยทำกับข้าวให้พ่อแม่กินเลย ก็จะไม่ได้บุญใหญ่ ควรทำกับข้าวแล้วแบ่งให้พ่อกับแม่ทานก่อน จากนั้นค่อยแบ่งไปทำบุญที่วัดถึงจะถูก

               3. เวลาอุทิศบุญแผ่เมตตาทุกครั้งจะต้องอุทิศบุญไปให้พ่อแม่ก่อน การอุทิศบุญไปให้พ่อแม่ก่อนก็จะยิ่งได้บุญกุศลยิ่งขึ้น โดยคำกล่ายอุทิศมีว่า “อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร” ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้บิดามารดาของข้าพเจ้าจงมีความสุข หากต้องการสำเร็จไม่ว่าจะทำอะไรก็ให้ขอพรจากพ่อแม่ จะเป็นพรที่ศักดิ์สิทธิ์และได้ผลที่ดีที่สุด

               และวันนี้เราจึงนำอีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นนั้นคือ วิธีใช้หนี้พ่อแม่ จากหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม โดยหลวงปู่ได้ให้คำสอบไว่ว่า วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และนี่ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้ว จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรังเกียจแม่ ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียน ยืดเยื้อกันต่อไปอีก

               พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง แล้วท่านจะรู้สึกว่า ได้ทำดีตั้งแต่วันนี้แล้ว ฯลฯอย่ายืนพูดกับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ก่อนออกจากบ้าน จึง ต้องกราบพ่อแม่ ๓ หน ที่เท้าฯท่านโปรดจำไว้ วันเกิดของลูก คือ วันที่เจ็บปวดที่สุดของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูก ก็เป็นการเสี่ยงจากไป สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้นฯ

               ถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้า จดไว้เลย จะอายุสั้น จะบั่นทอนอายุให้สั้นลง น่าจะสวดมนต์ไหว้พระ ปฏิบัติธรรมให้พ่อ แม่ วันเกิดของเรา คือวันของแม่เรา ไปกราบพ่อกราบแม่ ขอพรพ่อแม่ รับรองพ่อแม่ให้พรลูกรวยทุกคน ไปเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ให้อิ่ม ค่อยไปเลี้ยงเพื่อนฯสอนเด็กว่า วันเกิดของเรา อย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ให้อิ่มก่อน แล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนทีหลังฯ

               ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะ ทำบุญด้วยการเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ …ผู้ใดก็ตามที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษฯ

               ขอฝากท่านไว้ไปสอนลูกสอนหลาน อย่าคิดไม่ดี กับพ่อแม่เลย ไม่ต้องถึงกับฆ่าหรอก แค่คิดว่าพ่อแม่เราไม่ดี เราจะทำมาหากินไม่ขึ้น เจ๊ง ท่านต้องแก้ปัญหาก่อน คือถอนคำพูด ไปขอสมาลาโทษเสีย แล้วมาเจริญกรรมฐาน รับรองสำเร็จแน่ มรรคผลเกิดแน่ฯบางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะ การเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาตสอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อเถียงแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อกับแม่ ไม่อย่างนั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลัง ดำน้ำ ไม่โผล่ฯ

               บ้านหนึ่งพ่อมีเมีย ๔ คน เมียหลวงบอกลูกว่า พ่อเจ้าไม่ดี ลูกก็ไปด่าพ่อ ว่าพ่อ แล้วมาบวชวัดนี้ บวชแล้วเดี๋ยวเป็นโน่นเป็นนี่ จนจะกลายเป็นโรคประสาท นี่แหละ บวชก็ไม่ได้ผล หลวงพ่อก็ให้ไปถอนคำพูดและขอสมาลาโทษกับพ่อเขาก่อน แล้วกลับมานั่งกรรมฐานจึงได้ผล (case นี้ หลวงพ่อจะเตือนผู้เป็นลูกบ่อยๆ ไม่ให้ว่าพ่อ แต่ให้เป็นเรื่องของแม่ที่จะแก้ปัญหานี้ ซึ่งหลวงพ่อสอนไว้แล้ว : ผู้รวบรวม) ฯ

               คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อเถียงแม่ เอาดีไม่ได้ … คนไม่พูดกับพ่อแม่ นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไร? ถ้าไม่ขออโหสิกรรมฯขออโหสิกรรม ที่คิดไม่ดีกับพ่อแม่ คิดไม่ดีกับครูบาอาจารย์ คิดไม่ดีกับพี่ๆ น้องๆ จะไม่เอาอีกแล้ว เอาน้ำไปขันหนึ่ง เอาดอกมะลิโรย กายกัมมัง วจีกัมมัง มโนกัมมัง โยโทโส อันว่า โทษทัณฑ์ใด ความผิดอันใด ที่ข้าพเจ้าพลั้งเผลอสติไป ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ขอให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณพี่ คุณน้อง อโหสิกรรมให้ด้วย แล้วเอาน้ำรดมือ รดเท้าฯ

               นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็น หนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนา ทวงไร่ ทวงตึก มาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้ เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ ไปทวงหนี้ พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว (ให้ชีวิต ให้ … ให้ … ให้ … ฯลฯ) เรียนสำเร็จแล้ว ยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้าง รับรองทำมาหากินไม่ขึ้นฯหนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่ เหลือจะนับประมาณนั้น คือหนี้บุญคุณของบิดามารดาฯ

               ลูกหลานโปรดจำไว้ เมื่อแยกครอบครัวไปมีสามีภรรยาแล้ว อย่าลืมไปหาพ่อแม่ ถึงวันว่างเมื่อไร ต้องไปหาพ่อแม่ ถึงวันเกิดของลูกหลาน อย่าลืมเอาของไปให้พ่อแม่รับประทาน อย่ากินเหล้าเข้าโฮเต็ลฯ

               ของดี ของปู่ ย่า ตา ยาย อย่าไปทำลายเลย ของพ่อแม่อย่าไปทำลายนะ หนีได้แน่นอน โยมมีกรรมฐาน มีทรัพย์มีชื่อเสียง ความรัก บูชาทรัพย์ บูชาชื่อเสียง ความรักของพ่อแม่ได้ เงินจะไหลนองทองจะไหลมา … พ่อแม่ให้อะไร เอาไว้ก่อน อย่าไปทำลายเสีย ถึงจะเป็นถ้วยพ่อแม่ให้มาก็ไว้เป็นที่ระลึกก็ยังดีอย่าเอาไปทิ้งขว้างฯ

               ถ้าต้องการเจริญก้าวหน้าขอฝากไว้ด้วย คนเรามี ๒ ก้าว จะก้าวขึ้น หรือก้าวลงดำน้ำไม่โผล่ ก้าวลงมันง่ายดี ก้าวขึ้นมันต้องยาก ของชั่วมันง่าย หลั่งไหลไปตามที่ต่ำ นี่บอก สอนลูกหลาน ต้องการจะบรรลุงานไม่ต้องไปวิ่งเต้น ดูลูกเสียก่อนกุศลเพียงพอหรือเปล่า ต้องเพิ่มกุศล ตัวอย่าง เรียนจบครู สวดมนต์เข้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นครู ทำงานธนาคารก็ได้ บริษัทก็ได้เดี๋ยวมีคนรับ บางรายทั้งสอบทั้งสมัคร หลายแห่งไม่เคยเรียกเลย อาตมาให้นั่งกรรมฐาน พอ ๗ วัน ผ่านไปพวกมาตามให้เข้าไปทำงานแล้วฯ

               บางคนทำบุญมากมาย ทั้งบริจาคเงินให้วัดเป็นเงินหลายหมื่นหลายแสน ทำบุญกับคน ย า ก ไ ร้ บริจาคมูลนิธิต่างๆ เลี้ยงเพื่อนฝูงมากมาย แต่ทำไมชีวิตก็ไม่เจริญ ไม่ประสบผลสำเร็จอะไรสักที เป็นเพราะไม่เคยดูแล ปรนนิบัติอะไรให้พ่อแม่เลย ลองดูนะคะลองเปลี่ยนมาทำกับพ่อแม่ ผู้มีพระคุณแล้วท่านจะเจอแต่สิ่งดีๆ

ขอขอบคุณที่มาจาก: วัดป่า

    0
    0
    0