ความเสียสละของชาวบ้าน แม้ในวันที่ตนเองเดือดร้อนจนไม่มีบ้านอยู่

ความเสียสละของชาวบ้าน แม้ในวันที่ตนเองเดือดร้อนจนไม่มีบ้านอยู่

   

       ในช่วงที่หลายจังหวัดกำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก หลายคนกลายเป็นผู้ประสบภัยต้องอาศัยที่พักพิงจากศูนย์อพยพที่ทางหน่วยงานจัดหาให้ แต่ในวันที่ยากลำบากวันนี้เรากลับได้เห็นภาพที่สวยงาม และความเสียสละของพี่น้อง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Veraporn Prasoprattanasuk ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมกับระบุว่า 

       กินข้าวให้อิ่ม รู้สึกให้น้อย ทำงานให้หนัก พวกเขารอเราอยู่ตลอดสองวันที่ผ่านมา ท่องอยู่แค่นี้ ทั้งที่ท้องมันไม่หิวเลยจะหิวได้ยังไง เดินไปตรงไหน เห็นแต่ความเดือดร้อนไปทั่วจะไม่รู้สึกได้ยังไง ในเมื่อเดินอยู่ท่ามกลางความทุกข์ของผู้คน

     พี่คนนึง เดินมาบอกพวกเรา ว่าทำบ้านคนอื่นก่อน ของแกทีหลังก็ได้ตอนที่เดินไปดูบ้านแก เราหาบ้านแกไม่เจอจนแกชี้ให้ดู ว่ามันเหลือแต่เสา และซากของปรักหักพังตอนนี้แกอยู่ในสถานะคนไร้บ้าน

     ป้าคนนึง แกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกพิการหนึ่งคนตอนนี้อายุ 63 ปี ทำงานเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตสร้างบ้านสำหรับให้สมาชิกครอบครัวทั้ง 8 คนได้อยู่กันแกเข้าอยู่บ้านนี้มาได้เพียง 15 วัน พายุก็พัดทุกอย่างไป

     ลุงคนนึงทำงานขายพวงมาลัยกลางสี่แยกพายุพัดบ้านแกจนผนังหายไปทั้ง 3 ด้านตอนนี้ต้องไปเอาผ้าใบมาขึง แทนพนัง แล้วนอนกางมุ้งทุกวันนี้ตอนเช้ายังคงออกไปขายพวงมาลัยเหมือนเดิมให้รายด้ 200 บาทต่อวันประทังชีวิต ส่วนบ้านแกว่า ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไง

     ลุงอีกคน อยู่กับแม่ที่พิการทางสายตาน้ำพัดบ้านหลังคาปลิว กำแพงบ้านหายไป 2 แถบตอนนี้แกปักหลักนอนอยู่หน้าบ้านตัวเองไม่มีมุ้ง ไม่มีหมอน ไม่มีที่นอแต่ในความไม่มี แกบอกกับเราว่า“แกได้เยอะแล้ว เอาไปให้คนอื่นเถอะ”

     อีกบ้านอยู่กัน 6 ชีวิต ผู้หญิง 3 เด็กอีก 3น้ำพัดจนโครงบ้านพัง มีดินอยู่ในบ้านจำนวนนึงพวกเธอไม่กล้าเซาะดินออกกลัวว่าถ้าเซาะ บ้านจะพังครืนลงมาทั้งหลัง“เดินให้เบา และอย่าแตะโครงบ้าน” เธอบอกเรา

     น้ำไม่ได้พัดแค่บ้าน แต่น้ำพัดร้านขายของซึ่งเป็นรถเข็นคันเล็กๆ ไปด้วยไม่มีของขาย ไม่มีทุนเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่มีรายได้เข้าบ้าน

     บ้านนี้ เด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนมาสองสัปดาห์แล้วไม่มีชุดนักเรียน ชุดที่โรงเรียนให้ก็ไซต์ไม่ตรง ใส่ไม่ได้ไม่มีกระเป๋า ไม่มีหนังสือ แม้แต่ไฟฟ้าในบ้าน ก็ยังไม่มี...

      มีบ้านอีกหลายหลังที่เราเข้าไปรับฟังงานฟื้นฟู มันเป็นงานหางแถวไม่ตื่นเต้นหวือหวาเหมือนงานเผชิญเหตุ ความเป็นความตายล้างบ้าน หรือจะเท่ห์เท่าไปอุ้มคนแก่ออกจากบ้านน้ำท่วมขัดห้องน้ำ จะสู้ นั่งเรือไปแจกข้าวสารอาหารแห้งได้อย่างไร

      มันสู้ไม่ได้ก็จริงนะ แต่รู้สึกได้ว่าพวกเราเหมือนเป็นเรือเพียงลำเดียวที่แล่นอยู่กลางน้ำเชี่ยวน้ำลดจนแห้ง แต่ผู้ประสบภัยเหล่านี้ ยังขึ้นมาจากน้ำไม่ได้น้ำตา มันเชี่ยวกราด กว่าน้ำฝนเยอะและวันนี้เราไปรับเขาขึ้นฝั่งมาที่ละคน

     แต่อย่างว่า งานฟื้นฟู คนช่วยน้อยเราจึงพบว่า หลังน้ำลด ยังมีชาวบ้านลอยคอรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมากความช่วยเหลือ ที่มาไม่ถึงและเสียงเรียกในงานฟื้นฟู ก็แผ่วเบาเหลือเกิน

      กินข้าวให้อิ่ม รู้สึกให้น้อย ทำงานให้หนักตี๋ตั้งใจตักข้าว ยัดเข้าปากทีละคำฝืนกลืนยื้อกับก้อนสะอื้นที่สวนคอขึ้นมาเวลารู้สึกแย่ ข้าวแต่ละคำนี่มันกลืนยากชะมัด

tag คู่หู ที่ออกเรือ แว้นซ์ไปด้วยกัน Jj Chaiboon #อาสาล้างบ้าน #มูลนิธิกระจกเงา

จากความคิดเห็น 

ชื่นชม ทุกท่านที่ไปช่วยเหลือ 

ในช่วงเวลาที่หลายๆพื้นที่ในประเทศเกิดวิกฤติ และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ เราก็ได้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยหลายๆท่านที่ไม่ ทอดทิ้ง และออกมาช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นแรงกาย แรงใจ ข้าวของ หรือเงินทอง ยังไงก็ขอชื่นชมทุกท่านจริงๆค่ะ 

ขอขอบคุณที่มาจาก : Veraporn Prasoprattanasuk  

0
0
0