กรมชลฯเตรียมผันน้ำเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง รองรับพายุลูกใหม่

กรมชลฯเตรียมผันน้ำเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง รองรับพายุลูกใหม่

   

       หลังจากที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุ โพดุล และ คาจิกิ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักจนเกิดน้ำท่วม อย่างหนักโดยเฉพาะในเขตภาคอีสานที่หลายจังหวัดเกิดน้ำท่วมอย่างหนัก พื้นที่การเกษตรเสียหาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าช่วงวันที่ 24 -25 กันยายน เป็นต้นไปจะเริ่มผันน้ำเข้าสู่ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งกรมชลประทานได้เลื่อนปฏิทินการส่งน้ำให้พื้นที่ลุ่มต่ำทำนาได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนเพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลากผลผลิตไม่เสียหาย ขณะนี้มีพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 70 เหลืออีกร้อยละ 30 อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยว คาดว่า หลังวันที่ 24-25 กันยายนจะเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 

      สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างประกอบด้วย ทุ่งเชียงราก ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท- ป่าสัก ทุ่งท่าวุ้ง และทุ่งบางกุ่ม ซึ่งใช้น้ำจากคลองชัยนาท – ป่าสัก , ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ใช้น้ำที่ส่งผ่านทางแม่น้ำน้อย, ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งบางบาล ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากแม่น้ำเจ้าพระยา

      ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำอื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ในเขตของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา ใช้น้ำจากแม่น้ำท่าจีน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ จะใช้น้ำจากน้ำนอนคลองในพื้นที่ มีพื้นที่รวมกันประมาณ 1.15 ล้านไร่ สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร

     ทั้งนี้โครงการเลื่อนปฏิทินการส่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำทำนาเร็วขึ้นนั้นช่วยทั้งลดความเสี่ยงที่ผลผลิตจะเสียหาจากน้ำท่วม ภาครัฐสามารถประหยัดงบประมาณจากการจ่ายเงินค่าชดเชยคกรณีเกิดอุทกภัย ที่สำคัญหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วสามารถใช้พื้นที่ลุ่มต่ำดังกล่าวเป็นแก้มลิงธรรมชาติเพื่อรองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก สามารถลดผลกระทบจากอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในเขตชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจใน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย 

     เมื่อผันน้ำเข้าทุ่งแล้วจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้จากการทำอาชีพประมง โดยจะประสานกรมประมงเพื่อนำพันธุ์ปลานานาชนิดมาปล่อย อีกทั้งน้ำที่เก็บกักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำยังสามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการเป็นน้ำต้นทุนในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้ด้วย

     นายทองเปลว กล่าวต่อว่า จะระบายเข้าพร้อมกันทุกทุ่งในเกณฑ์ที่ตกลงไว้คือ ระดับความสูง 50-80 เซนติเมตร โดยจะควบคุมระดับน้ำไม้ให้ท่วมถนนในชุมชน ดังนั้นหากจากนี้จนถึงกลางเดือนตุลาคมมีพายุจรเข้ามาเขตภาคกลางจะยังมีพื้นที่รองรับน้ำฝนได้ แต่หากไม่มีพายุเข้ามา เกษตรกรสามารถใช้น้ำผันเข้าไปเก็บกักไว้ทำการเกษตรได้ แต่ขอให้เพาะปลูกพืชตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แนะนำเพื่อลดความเสี่ยงจากความเสียหายในฤดูแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงในปีหน้า

     นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 กล่าวว่า จะยังคงรักษาอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 950 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาทีไว้อย่างน้อย 2-3 วัน ขณะนี้สถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์เริ่มลดลงแล้วและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มคาดว่า ในอีก 2-3 วันจะเริ่มปรับลดการระบายลงแบบขั้นบันไดครั้งละ 50 ลบ.ม. ต่อวินาที

      ดังนั้นขอให้ประชาชนในจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยามั่นใจได้ว่า ระดับน้ำจะไม่เพิ่มสูงไปกว่านี้ แล้วเมื่อลดการระบายลง น้ำที่เอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในขณะนี้จะไหลลงสู่ลำน้ำและกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน 

ขอขอบคุณที่มาจาก : komchadluek.net

0
0
0