แชร์ไว้ดู วิธีช่วยเหลือ คนเป็นโรคลมชัก หลายคนทำผิดวิธีมาตลอด

แชร์ไว้ดู วิธีช่วยเหลือ คนเป็นโรคลมชัก หลายคนทำผิดวิธีมาตลอด

   

       การเป็นโรคลมชัก มีอยู่ทั่วไปให้เราเห็นกันบ่อยๆ ผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็ง และเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา บางครั้งก็เกิดขึ้นในที่สาธารณะ ซึ่งเราจะเคยทราบกันดีว่า ผู้ป่วยโรคลมชักอาจจะมีการกัดลิ้นด้วย สิ่งแรกๆที่เรามักจะทำคือง้างปากหรือหาอะไรให้กัดเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกัดลิ้นตัวเอง

       แต่นั่นเป็นวิธีที่เข้าใจผิดมาตลอด ซึ่งเฟซบุ๊กเพจ ชมรมโรคลมชักเพื่อประชาชน ได้ออกมาเผยวิธีดูแลผู้ป่วยโรคลมชักอย่างถูกต้อง ว่า "เมื่อพบเห็นคนกำลังชัก อย่าตกใจ ท่องคำเหล่านี้เอาไว้ให้ขึ้นอกขึ้นใจครับ

       "ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักจะหยุดเอง"

       "ไม่งัด" ไม่ต้องเอาอะไรงัดในปากนะครับ เพราะส่วนใหญ่แผลที่เกิดขึ้นจะเป็นแผลเล็กๆ เหมือนเวลาเคี้ยวอาหารแล้วกัดเท่านั้น ไม่มีใครเสียชีวิตเพราะกัดลิ้น มีแต่ในหนังกำลังภายในเท่านั้นที่ฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้น แต่โอกาสจากการกัดลิ้นขณะชัก เกิดขึ้นน้อยมาก

       "ไม่ง้าง ไม่ถ่าง" ไม่ต้องง้าง ไม่ต้องถ่าง แขนขา เพราะขณะชักเกร็ง ผู้ป่วยจะเกร็งมาก อาจจะได้รับบาดเจ็บจากการพยายามไปง้างหรือถ่างแขนขาที่กำลังเกร็ง

       "ไม่กด" ไม่กดปั๊มหัวใจ เพราะผู้ป่วยมีอการชัก ไม่ได้หยุดหายใจ

       "ไม่ทั้งหมด ชักจะหยุดเอง" เพียงแค่ดูแลช่วยเหลือให้ผู้ป่วยชักอย่างปลอดภัย ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากสิ่งแวดล้อมภายนอกรอบๆ ผู้ป่วย เมื่อหยุดเกร็งแล้วจึงจับพลิกตะแคงตัวให้น้ำลายและสารคัดหลั่งในปากไหลออกมา ลิ้นไม่ตกอุดทางเดินหายใจ และอยู่คอยช่วยถามไถ่จนผู้ป่วยรู้สึกตัวดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยคับ #ไม่งัดไม่ง้างไม่ถ่างไม่กดไม่ทั้งหมดชักจะหยุดเอง"

       ทำให้ชาวเน็ตบางรายเกิดข้อสงสัยมาอีกว่า แล้วต้องทำอะไรบ้างนอกจากยืนดู สิ่งที่ต้องทำก็คือ หากเหตุเกิดริมน้ำ ริมถนน หรือที่สูง เราก็ต้องช่วยป้องกันการตกน้ำ หรือรถชนให้ผู้ป่วย ส่วนการที่ต้องให้ผู้ป่วยพลิกตัว หากอาการชักไม่รุนแรง สามารถพลิกตัวได้ ก็ให้พลิกตัวตะแคง แต่หากอาการชักรุนแรง ควรรอให้อาการหายก่อนแล้วจึงตะแคงตัวผู้ป่วย

ความคิดเห็นจากชาวเน็ต

สาระมีอยู่จริง

       แน่นอนว่า เมื่อได้อ่านข้อมูลแล้ว หลายคนก็หลงเข้าใจผิดและเคยใช้วิธีผิดๆช่วยผู้ป่วยโรคลมชักกันมานาน ข้อมูลดีๆแบบนี้ แชร์เก็บเอาไว้เลยค่ะ

เรียบเรียงเนื้อหาโดย : tkvariety.com, ขอขอบคุณที่มาจาก : ชมรมโรคลมชักเพื่อประชาชน

0
0
0
error: Content is protected !!